<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Real estate by LittleFiine.com</title>
	<atom:link href="http://www.littlefiine.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.littlefiine.com</link>
	<description>ที่ดิน, ขายที่ดิน ,บ้านและที่ดิน ,ซื้อขายที่ดิน, บ้านที่ดิน, ขายที่,ที่ดิน,ขายที่ดิน,ซื้อขายที่ดิน,ที่ดินเปล่า,ที่ดินดีดี,ที่ดินราคาถูก , ที่ดิน ,ขายที่ดิน ,บ้านและที่ดิน, ซื้อขายที่ดิน, บ้านที่ดิน, ขายที่, ซื้อที่ดิน, ซื้อที่, ที่ดิน, ขายที่ดิน, ซื้อที่ดิน, ขายบ้าน, ที่ดินเปล่า, ประกาศขายที่ดิน ,ที่ดินเจ้าของขาย, ที่ดินบนเขา, ที่ดินชายทะเล, ที่ดินทำเล, ที่ดินสวย ,ที่ดินดีดี, ที่หัวใจ, ที่ดินซื้อขาย , ที่ดินถูก ,LittleFiine ,ต้องการขายที่ดิน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 Jul 2011 07:52:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.5</generator>
		<item>
		<title>สศค.ลุ้นอีกรอบกฎหมายภาษีที่ดิน</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4261</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4261#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 07:52:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[สศค.กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4261</guid>
		<description><![CDATA[สศค.ดันใหม่อีกรอบ ร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  หลังเคยจ่อบรรจุเข้าประชุมสภาสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ยุบสภาเสียก่อน ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่  เสนอขุนคลังและครม.รัฐบาล &#8220;ปู 1&#8243;เห็นชอบ เผยมั่นใจรัฐบาลใหม่เห็นถึงผลดีของกฎหมายฉบับนี้ เพราะช่วยขจัดการถือครองที่ดินจำนวนมากในมือนายทุนให้กระจายไปสู่คนจน แหล่งข่าวจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)  เปิดเผยถึงความคืบหน้าของสถานะของร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. &#8230; ว่า ที่ผ่านมาได้ผ่านความเห็นชอบจากวิปรัฐบาลชุดของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว พร้อมกับกำหนดวาระเร่งด่วนให้นำเข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร   แต่ยังไม่ทันได้ผ่านสภา  รัฐบาลชุดดังกล่าวก็มาด่วนยุบสภาเสียก่อน ส่งผลให้ร่างกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องถูกสภาตีกลับ มายัง  สศค. และต้องนับหนึ่งใหม่  เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ และขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบว่า จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวเข้าสภาและนำไปประกาศใช้หรือไม่ หรือจะมีการแก้ไขปรับปรุงร่างกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ หากเห็นว่า กฎหมายยังไม่สมบูรณ์รัดกุมเพียงพอ ขณะที่ กฎหมายภาษีที่ดินได้ผ่านการพิจารณาตรวจร่างจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว แต่หากรัฐบาลใหม่จะต้องการแก้ไขเพิ่มเติม ก็สามารถนำไปแก้ไขในกฤษฎีกาได้เพื่อลดขั้นตอน และถ้าต้องการแก้ไขจำนวนมาก หรือปรับรื้อใหม่ทั้งหมด ก็ต้องกลับมาดำเนินการกันใหม่ทั้งหมด &#8221; สศค. มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่นี้ จะเข้าใจผลดีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว เพราะจะช่วยขจัดการถือครองที่ดินจำนวนมากในมือนายทุนให้กระจายไปสู่คนจนให้มีที่ดินทำกินมากขึ้น  ที่สำคัญ สมัยที่พรรคไทยรักไทยช่วงที่ยังไม่ถูกยุบพรรคที่มี น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4261</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวนคืนที่79แปลงบ้าน16หลัง ขยาย6-8เลน</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4258</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4258#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 07:17:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยาย-8เลน]]></category>
		<category><![CDATA[ถนน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เวนคืน]]></category>
		<category><![CDATA[โยธา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4258</guid>
		<description><![CDATA[สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร(สนย.)  ได้เร่งรัดโครงการก่อสร้างและขยายถนนไมตรีจิตรเชื่อมถนนคลองเก้า  ขนาด 6-8ช่องจราจร เขตทางกว้าง 30 เมตร ระยะทางยาว 5,800 เมตร หรือ 5.8 กิโลเมตร ขั้นตอนขณะนี้ อยู่ระหว่างขออนุมัติผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ทำสัญญาเบิกจ่ายและเชิญเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในข่ายที่ถูกเวนคืนมาเจรจาทำความเข้าใจและข้อตกลง  โดยอ้างถึงวิธีปรองดอง ตามคำสั่งกทม.ที่ 1601/2551 ลงวันที่ 24 เมษายน 2551  พร้อมกันนี้สนย.ได้เสนอของบประมาณปี 2555(ตุลาคม 2554-กันยายน2555) เพิ่มเติมอีก 30 ล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เหลือซึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของฝ่ายบริหารและสภากทม.  จากวงเงินทั้งสิ้น ที่เสนอขอ 150 ล้านบาท เมื่อปีงบประมาณปี 2554 ( ตุลาคม 2553-กันยายน2554 ) และเร่งรัดก่อสร้างต่อไป อย่างไรก็ดีปัจจุบัน สภาพถนนไมตรีจิตร มีขนาดเขตทาง 10-15เมตร และมีลักษณะโค้งหักศอกซึ่งชาวบ้านเรียกว่าโค้งไมตรีจิตร  ซึ่ง มีปัญหาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง  ส่งผลให้สนย.จำเป็นต้องเวนคืนและปรับ-ขยายถนนให้มีสภาพที่ดี นอกจากนี้ ถนนดังกล่าว เชื่อมกับถนนคลองเก้า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4258</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยลบรุมตลาดรับสร้างบ้าน</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4255</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4255#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 07:07:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4255</guid>
		<description><![CDATA[ส.ไทยรับสร้างบ้าน หวั่นน้ำมัน-แรงงาน ฉุดตลาดครึ่งปีหลังวอนกระตุ้นอสังหาฯ รัฐบาลใหม่ต้องฝนตกทั่วฟ้า สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Constructions Association: THCA) เผยตลาดรับสร้างบ้านครึ่งปีกแรก ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเติบโตแบบชะลอตัวลง ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงของกลุ่มผู้นำตลาด Top 3 ในขณะที่ภาพรวมตลาดทั่วประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัดแนวโน้มสดใส เผยผู้ประกอบการรายเดิมขยับรุกต่างจังหวัด ส่วนรายใหม่ทยอยเปิดตัวในทุกภูมิภาค ถือเป็นการปรับตัวของผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อหนีการแข่งขันที่รุนแรงในเขตกรุงเทพฯ ชี้ราคาน้ำปรับเพิ่มและปัญหาแรงงานขาดแคลนเป็นปัจจัยลบควรระวัง ส่อฉุดตลาดรับสร้างบ้านชะลอตัว จากการรวบรวมสถิติยอดขายหรือยอดจองสร้างบ้านของสมาชิกสมาคมฯ ทั่วประเทศครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่าสัดส่วนการเติบโตของยอดขายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553  ได้แก่พื้นที่ “ภาคใต้” มีสัดส่วนยอดขายเติบโตจาก 3% เพิ่มเป็น 17% ในขณะที่ภาคกลางและตะวันออก มีสัดส่วนลดลงจาก 41% เหลือเพียง 30% ในส่วนพื้นที่ “กรุงเทพฯ และปริมณฑล” มีสัดส่วนยอดขายเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากเดิม 21% ลดลงเหลือ 19% เช่นเดียวกับภาคอีสานและภาคเหนือลดลงจาก 25% เหลือ 23% ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยโดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ จากสถิติข้างต้นอาจสะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโต ของตลาดรับสร้างบ้านในครึ่งปีหลังและอนาคต โดยเฉพาะสัดส่วนยอดขายในพื้นที่ภาคใต้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการที่สมาคมฯ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4255</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะลงทุนอสังหาสู้เงินเฟ้อ</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4248</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4248#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2011 15:36:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4248</guid>
		<description><![CDATA[ผลตอบแทนสูงแต่ต้องเลือกทำเล เผยคอนโดแจ้งวัฒนะราคาขึ้นแรง เปิดทำเลคอนโดมิเนียมราคางาม หลักสี่แจ้งวัฒนะรัตนาธิเบศร์ ขยับมากสุด 22% แนะซื้อลงทุนระยะยาว ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า การซื้ออสังหาริมทรัพย์ถือเป็นการลงทุนที่ยังได้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ แต่ต้องเลือกทำเล และราคาที่ยังมีโอกาสขยับตัวสูงขึ้นได้อีก ทั้งนี้ จากการสำรวจการปรับตัวของราคาคอนโดมิเนียมใน 9 ทำเล พบว่า โซนหลักสี่ แจ้งวัฒนะ ดอนเมือง รัตนาธิเบศร์ ปรับตัวมากที่สุดอยู่ที่ 22.8% เนื่องจากเป็นทำเลใหม่ที่เพิ่งเติบโต ราคาขายเฉลี่ยยังต่ำอยู่ที่ 5.6 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. ราคาจึงมีโอกาสขยับได้อีก นอกจากนี้ ทำเลรามคำแหง หัวหมาก ที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ส่งผลให้ราคาคอนโดมิเนียมปรับสูงขึ้นเช่นกัน เฉลี่ยอยู่ที่ 15.5% ส่วนโซนสุขุมวิทตอนปลายราคาขยับขึ้น 7% เป็นผลจากการที่รถไฟฟ้าอ่อนนุชแบริ่งใกล้จะเปิดให้บริการ สำหรับโซนพหลโยธิน โซนรัชดาภิเษก -ลาดพร้าว โซนเพลินจิต-วิทยุ และโซนสีลม-สาทร ที่ราคาซื้อขายคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่จะทะลุ 1 แสนบาทต่อ ตร.ม.ไปแล้ว การปรับราคาจึงอยู่เพียง 2.9-3.5% [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4248</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กคช.ขนสารพัดบ้านขายบนห้าง</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4245</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4245#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2011 15:30:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[กคช.]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บนห้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเอื้ออาทร]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4245</guid>
		<description><![CDATA[การเคหะฯจัดงานมหกรรมขายบ้านครั้งใหญ่ 10 วัน บนห้างสรรพสินค้า  กลางเดือนกรกฎาคม 2554 หลังเลือกตั้ง พร้อมขน 3 โครงการ ขายเพียบ บ้านเอื้ออาทร /เคหะชุมชน/โครงการใหม่ แบรนด์ by NHA /ที่ดินเปล่า นายสมชัย เชาว์พฤฒิพงศ์ รองผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ(กคช.) เปิดเผยว่า   กคช.ได้เรียกประชุมทีมการตลาดและการขายเพื่อเตรียมจัดงานมหกรรมขายโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการเคหะชุมชนและโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ by NHA ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการจัดงานครั้งที่ยิ่งใหญ่ของกคช. ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2554 ที่จะถึงนี้ รวม 10 วัน จากเดิมกคช.มีแผนจัดงานมหกรรมบ้านในเดือนมิถุนายน แต่ต้องเลื่อนเพราะเป็นช่วงที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซึ่งจะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ คลองจั่นในขณะเดียวกัน ก็มีแผนที่จะจัดการขายในห้างสรรพสินค้าในย่านสี่มุมเมืองของกรุงเทพมหานคร(กทม.)อีกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานทางห้างสรรพสินค้าอยู่ว่าจะมีพื้นที่ว่างในช่วงเวลาที่ กคช.ต้องการในช่วงดังกล่าวหรือไม่ และหากไม่มีพื้นที่ในห้าง กคช. อาจจะใช้พื้นที่ตั้งของโครงการบ้านเอื้ออาทรเป็นสถานที่จัดงานแทนก็ได้ สำหรับเป้าหมายในการจัดงานนั้น กคช.ต้องการขายให้ได้มากที่สุดโดยโครงการที่จะนำมาขายจะมีทั้งโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการเคหะชุมชนโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ by NHA ทั้งนี้ในส่วนของเคหะชุมชน กคช.จะนำที่ดินเปล่า พื้นที่แปลงขนาดเล็ก ไปจนถึงไม่เกินพื้นที่ขนาด 5 ไร่มาขายด้วยโดยจะขายในราคาประเมิน ซึ่ง ให้กรมที่ดินประเมินและจ้างบริษัทเอกชนสองบริษัทมาประเมิน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4245</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร.ฟ.ท.เร่งเชื่อม3รถไฟฟ้ารอบร.พ.ศิริราช</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4241</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4241#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2011 14:57:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[bts]]></category>
		<category><![CDATA[ธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ร.ฟ.ท.ศิริราช]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4241</guid>
		<description><![CDATA[บอร์ดการรถไฟฯจี้ที่ปรึกษาศึกษาเร่งออกแบบรายละเอียดการวางโครงข่ายขนส่งมวลชนแก้ปัญหาจราจรเชื่อมการเดินทางฝั่งธนบุรีและรอบร.พ.ศิริราช สนองพระราชดำริ เน้นพัฒนาระบบรางเชื่อมโครงข่ายถนน-สะพาน-ทางเดินใต้ดินช่วยลดค่าใช้จ่าย และไม่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ปลัดคมนาคม เล็งตัดช่วงรถไฟฟ้าสายสีส้มสิ้นสุดแค่จรัญสนิทวงศ์ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ(บอร์ด)การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มอบหมายให้การรถไฟฯไปหารือกับบริษัทที่ปรึกษาในโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย คือ สายสีส้ม สายสีแดง และสายสีน้ำเงิน เพื่อแก้ปัญหา การจราจรบริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราชและการจราจรฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะการจัดเตรียมพื้นที่ของการรถไฟฯ บริเวณตลาดสถานีรถไฟธนบุรี สำหรับการขยายพื้นผิวจราจร โดยให้เร่งรัดการเจรจากับผู้ประกอบการตลาดดังกล่าวเพื่อปรับปรุงพื้นที่ใหม่ &#8220;การปรับปรุงโครงข่ายรถไฟทั้งสายสีแดง สายสีส้มและสายสีน้ำเงินจะเชื่อมต่อกับช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นหลัก ดังนั้นจึงให้แนวคิดกับการรถไฟฯไปหารือบริษัทที่ปรึกษาที่น่าจะให้สายสีส้มสิ้นสุดแค่จรัญสนิทวงศ์ เพราะมีสายสีแดงเชื่อมต่อไปถึงตลิ่งชันอยู่แล้ว ส่วนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เกิดการเชื่อมต่อจะทำที่จอดรถใต้ดินและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนสำหรับประชาชนที่มาใช้บริการร.พ.ศิริราช ให้สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลได้ง่ายขึ้นด้วยระบบรถไฟฟ้าทั้งนี้ทรงให้หลักการในการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ว่าจะต้องช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และต้องไม่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวมถึงต้องมีกำหนดระยะเวลาในการทำงานที่ชัดเจนและแน่นอน&#8221; สำหรับโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมที่เชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งธนบุรีโดยรอบโรงพยาบาลศิริราชตามแผนที่กำหนดไว้นั้น ประกอบด้วยโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย คือ 1. รถไฟฟ้าสายสีแดง ส่วนต่อขยาย (ตลิ่งชัน-ศิริราช)ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 10,484 ล้านบาท ตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2555 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4241</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมที่ดินคลอดสัญญามาตรฐานคอนโด</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4238</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4238#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2011 14:48:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4238</guid>
		<description><![CDATA[กรมที่ดิน เตรียมประกาศใช้สัญญาซื้อขายอาคารชุดมาตรฐานส.ค.นี้ โครงการที่เปิดขายได้ต้องผ่านสวล. และได้ใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างประกาศกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ.อาคารชุดฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ.2552 เกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขายเสร็จสมบูรณ์แล้ว และจะนำเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้ในเดือน ส.ค.2554 โดยสาระสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขายที่ประกาศใช้เป็นกฎกระทรวงนั้น เป็นอีกหนึ่งมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งกำหนดว่า อาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมโครงการใด ที่จะเปิดขายหรือเปิดให้ประชาชนจองซื้อหลังจากที่กฎกระทรวงดังกล่าวประกาศใช้ จะต้องได้รับการรับรองหรือผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รวมทั้งจะต้องได้รับใบอนุญาตการก่อสร้างแล้ว การกำหนดกรอบสัญญามาตรฐานดังกล่าวนี้ เชื่อว่าจะสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ซื้อ หลังจากที่ก่อนหน้านี้พบว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมที่ได้เปิดขายหรือเปิดจองแล้ว แต่ปัญหาไม่สามารถก่อสร้างได้ เนื่องจากไม่ผ่านอีไอเอ ทำให้เกิดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียกันขึ้น ส่วนความคืบหน้าในการแก้ไขคำ &#8220;นิยาม&#8221; อาคารชุดนั้น นายอนุวัฒน์กล่าวว่า คณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงเห็นชอบแล้ว เบื้องต้นกำหนดความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ขณะที่ความสูงของอาคารนั้นให้ยึดตามกฎหมายควบคุมอาคารที่กำหนดหลักเกณฑ์หรือรายละเอียดต่างๆ อยู่แล้ว ส่วนขนาดของห้อง จะต้องมีขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 20 ตร.ม. และต้องมีห้องน้ำในตัวเพื่อการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์ ทั้งนี้การแก้ไขคำ &#8220;นิยาม&#8221; นี้น่าจะใช้เวลา 1 ปีจึงจะดำเนินการบังคับใช้ได้ สำหรับความคืบหน้าในการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอาคารชุดพักอาศัย มีความคืบหน้าแล้ว 80% จากจำนวนอาคารชุดที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4238</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวนคืนที่ดิน58แปลงเชื่อม&#8217;อ่อนนุช-ฉลองกรุง</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4222</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4222#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 14:41:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลองกรุง]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนนุช]]></category>
		<category><![CDATA[เวนคืน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4222</guid>
		<description><![CDATA[สำนักการโยธากรุงเทพมหานคร(สนย.) มีแผนเร่งรัดโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมถนนอ่อนนุชกับถนนฉลองกรุง  ขนาดเขตทางกว้าง 40 เมตร ยาว 800 เมตร หรือ ขนาด 6 ช่องจราจร เพื่อแก้ปัญหาจราจร บริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ และ บริเวณพื้นที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและพื้นที่เขตลาดกระบัง ที่ปัจจุบันมีปัญหาจราจรหนาแน่นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แนวสายทางเริ่มต้นจากบริเวณด้านหน้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์เชื่อมกับถนนอ่อนนุชบริเวณทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมก่อสร้างสะพานข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ และจุดกลับรถใต้สะพาน ผลสำรวจพบว่าตลอดแนวมีแปลงที่ดินว่างเปล่าที่ถูกกระทบจากการเวนคืนจำนวน 58แปลง และสิ่งปลูกสร้างจำนวน 20 รายการ อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา กทม.ได้ใช้วิธีปรองดอง โดยมีคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 3070/2551ลงวันที่ 19สิงหาคม 2551 ด้วยการเจรจากับชาวบ้านทั้งแจกแบบสอบถาม  และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น บริเวณโครงการ  แต่ที่ผ่านมาถูกชาวบ้านส่วนใหญ่ต่อต้าน เพราะเกรงว่าจะได้รับชดเชยที่ต่ำและทำให้ต้องโยกย้ายที่อยู่ และที่ผ่านมาก็ต้องเลื่อนการเวนคืนและก่อสร้างออกไป  แต่เมื่อนานเข้าชาวบ้านเริ่มเข้าใจและกทม.เองยืนยันจะจ่ายค่าชดเชยในราคาที่เป็นธรรม แต่ที่ผ่านมางบประมาณค่อนข้างจำกัดและทยอยจ่ายชดเชยไปบ้างแล้วเป็นบางส่วน ขณะเดียวกันชาวบ้านที่ออกมาต่อต้านโครงการนี้ถือว่าไม่มากนัก อย่างไรก็ดี สนย. ได้เสนอของบประมาณ ปี 2555(ตุลาคม 2554-กันยายน 2555)  เพื่อจ่ายค่าชดเชยจากการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมถนนอ่อนนุชกับถนนฉลองกรุง วงเงินทั้งโครงการ 300 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาได้ชดเชยไปแล้วเป็นบางส่วนจึงเสนอของบประมาณส่วนที่เหลือ 165 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4222</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมาคมรับสร้างบ้าน อ้อนสคบ.</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4219</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4219#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 12:24:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[สคบ.บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคม]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4219</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมรับสร้างบ้าน  ยื่นหนังสือถึงสคบ. ให้ช่วยเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาท  ระหว่างสมาชิกสมาคมกับผู้บริโภค  เชื่อกรณีความขัดแข้ง &#8220;วุฒิศักดิ์-วินด์มิลล์&#8221; ไม่ทำลายความมั่นใจผู้บริโภค พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า  ด้านสคบ. ชงเรื่องให้คณะกรรมการไกล่เกลี่ยหาข้อยุติ  ระบุตลอด 14 ปี หลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 40  ธุรกิจอสังหาฯ ถูกร้องเรียนอันดับหนึ่ง นายวิบูล จันทรดิลกรัตน์  นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน  เปิดเผยกับว่า  จากกรณีที่มีบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมถูกร้องเรียนไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ตามที่เป็นข่าวทางสื่อต่าง ๆ  นั้น  ทางสมาคมจึงได้ทำหนังสือถึงสคบ.  เพื่อเสนอที่จะส่งคณะกรรมการไกล่เกลี่ยชุดของสมาคม  รวมถึงเสนอที่จะประสานงานให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสคบ.อีกครั้ง  ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสมาคมได้เคยส่งรายชื่อสมาชิกสมาคมและหนังสือให้ความร่วมมือไปแล้วตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งใหม่ๆ &#8220;ทางสมาคมพยายามทำทุกทาง  ที่จะช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม  จากการสร้างบ้านกับสมาชิกของสมาคม  ถ้าหากมาร้องเรียนกับทางสมาคม  ก็จะมีคณะอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องเรียน  ที่ประกอบด้วยคณะกรรมการ 5 คนที่เป็นโดยตำแหน่ง ได้แก่ นายกสมาคม เลขาธิการ อุปนายกฝ่ายนิติกรรม นายทะเบียนสมาคม และอุปนายกฝ่ายกิจกรรม  เป็นชุดที่เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค  แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะไปฟ้องโดยตรงกับทางสคบ.มากกว่า&#8221;นายวิบูล  กล่าวและว่า ปัจจุบันสมาชิกสมาคมที่เป็นบริษัทรับสร้างบ้านมีอยู่ประมาณ 46 บริษัท  ซึ่งที่ผ่านมาสมาชิกของทางสมาคมเคยมีปัญหาถูกผู้บริโภคร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหารับสร้างบ้าน 1-2 ราย  และทางสคบ.ได้เชิญให้เข้าไปชี้แจง  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4219</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขสมก.เดินหน้ารถเช่าพีบีซี</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4216</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4216#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 11:14:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ขสมก.]]></category>
		<category><![CDATA[พีบีซี]]></category>
		<category><![CDATA[รถเช่า]]></category>
		<category><![CDATA[รถเมล์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4216</guid>
		<description><![CDATA[บอร์ดขสมก.ยันเดินหน้าโครงการรถเช่าพีบีซีหวังทดแทนรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เผยเป็นช่องทางหารายได้ใหม่หล่อเลี้ยงองค์กร -ปลดหนี้สะสม แนะต้องจ่ายค่าเช่าตรงเวลา ด้านสหภาพฯขสมก.หนุนต่ออายุมาตรการรถเมล์ฟรี  จี้ผู้บริหารเร่งรัดหาเงินซ่อมรถที่จอดเสียมากกว่า 500 คัน นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ ประธานคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)กิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่าในวันที่ 29 มิถุนายนนี้จะได้ประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการเช่ารถเมล์ให้บริการประชาชนในรูปแบบของการให้บริการเชิงคุณภาพ (Performance Based Contract หรือ พีบีซี)ที่ ขสมก.ทดลองเดินรถ 2-3 เส้นทางคือสาย 138,140 และสาย 522 โดยเฉพาะสาย 522 ระหว่างรังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ จำนวน 40 คันที่เบื้องต้นทราบว่ามีผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ รายได้คุ้มจึงเห็นควรสนับสนุนให้ทยอยดำเนินการในเส้นทางอื่น ๆ ต่อไปโดยเร่งคัดเลือกให้เอกชนที่สนใจนำรถเข้ามาให้บริการ &#8220;ถือว่าเป็นช่องทางใหม่ในการหารายได้ป้อนองค์กรเพื่อลดการขาดทุนสะสมที่มีมากกว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งในเส้นทางที่ดำเนินการไปแล้วมีรายได้จากค่าโดยสารต่อวันสูงกว่า 4,500 บาท บางวันสูงถึง 9,000 บาท เมื่อนำมาหักลบค่าเช่า 3,500 บาทต่อคันก็ยังคุ้มค่า จึงได้เตรียมมอบนโยบายให้เร่งคัดเลือกเอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมเดินรถต่อไป พร้อมเตรียมพนักงานขับรถและพนักงานเก็บเงินรองรับไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สมัครในโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันยืนยันว่าโครงการนี้รัฐไม่มีความเสี่ยง และกำชับให้ต้องจ่ายค่าเช่าให้เอกชนตรงเวลา ส่วนภาคเอกชนก็ต้องดูแลรถให้มีคุณภาพตลอดเวลา&#8221; [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4216</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สภาอุตฯจี้2พรรคสานต่อโลจิสติกส์แสนล.</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4213</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4213#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 10:50:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[พรรค]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4213</guid>
		<description><![CDATA[สภาอุตฯ หวั่นการเมืองเปลี่ยนขั้วรื้อโครงการรัฐบาลที่แล้ว ตบเท้าหารือทีมเศรษฐกิจ 2 พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย-ปชป. หนุนสานต่อเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์นับแสนล้าน ชี้ต้องสานต่อเพื่อลดต้นทุนและรองรับเปิดเสรีอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า ย้ำระบบขนส่งทางรางต้องลดให้ได้ 12-14% ของจีดีพี ถึงจะแข่งขันเวทีโลกได้ นายธนิต   โสรัตน์   รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ ว่าได้มีการนำเสนอเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาด้านระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์)ไปยัง 2 พรรคการเมืองใหญ่คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อไม่นานมานี้เพื่อให้ผลักดันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก็ตาม เนื่องจากเกรงว่าหลายโครงการที่ได้ริเริ่มดำเนินการในรัฐบาลที่แล้ว ถ้าเปลี่ยนขั้วการเมืองจะถูกยกเลิกหรือชะลอออกไปทั้งที่เป็นโครงการที่ดีก็ตาม ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็น่าจะเป็นห่วงว่า ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสในการแข่งขันกับต่างประเทศ เนื่องจากต้นทุนด้านการขนส่งสูง โครงการที่ได้นำเสนอไปยัง 2 พรรคการเมืองประกอบด้วย 1.โครงการยกเครื่องพัฒนาระบบราง การพัฒนาระบบรางคู่ ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มูลค่า 1.7 แสนล้านบาท 2.โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 มูลค่า 1.5 แสนล้านบาทที่ต้องแล้วเสร็จในปี 2560 3. โครงการพัฒนาท่าเรือสตูล และที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นการพัฒนาท่าเรือในฝั่งตะวันตก นอกเหนือจากการพัฒนาท่าเรือทะวาย ที่พม่าโดยเห็นว่าประเทศไทยต้องมีท่าเรือเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งภายในประเทศ 4. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4213</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อสังหาฯภูเก็ตยังห่างยุคเฟื้องฟู</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4210</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4210#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 10:19:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เฟื้องฟู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4210</guid>
		<description><![CDATA[ตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 5 เดือนแรกยังซึมต่อเหตจากวิกฤติทางการเงินลามทั่วโลก คอลลิเออร์สฯชี้ แม้จะค่อยกระเตื้องขึ้น แต่ยังสู้ยุคเฟื่องฟูไม่ รายงานสภาพตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ตของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (Colliers International Thailand) ระบุว่า ปี 2553 และห้าเดือนแรกของปี 2554 เป็นช่วงฟื้นตัวจากสภาพตลาดซบเซาอันสืบเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ทางการเงินทั่วโลก  นักลงทุนต่างชาติกำลังหวนคืนสู่เกาะภูเก็ต รายงานฉบับนี้แยกตลาดในพื้นที่ไม่ติดทะเล ซึ่งเป็นที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ กับตลาดบริเวณชายฝั่งที่ถึงแม้มีจำนวนอสังหาริมทรัพย์และที่ดินน้อยกว่าแต่มูลค่าของทรัพย์สินสูงกว่า  นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทคอลลิเออร์สฯ ชี้แจงว่า ชาวต่างชาติสนใจตลาดชายฝั่งทะเลภูเก็ตมากกว่ารีสอร์ทในพัทยาและหัวหิน  “เศรษฐีคนไทยส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านหลังที่สองในรีสอร์ทใกล้ๆ กรุงเทพฯ เพราะเดินทางสะดวก ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายของอสังหาริมทรัพย์บริเวณชายฝั่งทะเลภูเก็ตจึงเน้นชาวต่างชาติ ซึ่งอ่อนไหวต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมากกว่าที่อื่น” แม้ว่าทรัพย์สินประเภทที่ดินจะครองตลาดที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณไม่ติดทะเล แต่ในปี 2553 ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในจำนวนหลายๆ ปีที่มีจำนวนคอนโดมิเนียมออกสู่ตลาดมากกว่าปกติ ประมาณ 1,020 ยูนิต โดย ณ เดือนพฤษภาคมปี 2554 มีคอนโดมิเนียมจำนวน 200 ยูนิตออกสู่ตลาด ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไม่ติดทะเล และปัจจุบัน ตลาดในประเทศได้กลายเป็นกำลังซื้อหลักไปแล้ว ตลาดชายฝั่งทะเลชั้นสูงยังต้องรอเวลาคืนสู่ความคึกคักเหมือนช่วงก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินทั่วโลก แต่ความสำเร็จของหลาย ๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4210</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พฤกษาฯเปิดโรงงานชิ้นส่วนบ้าน ดันเป้าขายแสนล.ในปี&#8217;60</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4207</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4207#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 09:50:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ชิ้นส่วนบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[พฤกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4207</guid>
		<description><![CDATA[พฤกษาฯ วางหมากธุรกิจสู่ยอดขาย 1 แสนล้านบาทในปี&#8217;60 ลงทุนอีกพันล้านเปิดโรงงานใหม่ย่านบางบัวทอง “ทองมา”ย้ำปีนี้ขายตามเป้า 4.2 หมื่นล้านบาท นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท พฤกษา กล่าวว่า รายได้ในปี 2554 ตั้งไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท แต่อาจปรับลดลงจากเป้าเล็กน้อย เนื่องจากรายได้จากต่างประเทศจะไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 4,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท โดยเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ในทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดรายได้ในประเทศจะดีขึ้น ซึ่งก็จะชดเชยบางส่วนที่ขาดหายไป ส่วนยอดขายมั่นใจทั้งปีจะเป็นไปตามเป้า 4.2 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 6 เดือนแรกมียอดขายแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท และแนวโน้มครึ่งปีหลัง ยังมั่นใจยอดขายเป็นไปตามเป้า หากไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง โดยคาดว่าหลังวันที่ 3 ก.ค.เลือกตั้งเสร็จได้รัฐบาลใหม่คงไม่เกิดเหตุการณ์ที่วุ่นวาย และรัฐบาลใหม่คงเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การลงทุน ต่อไป รง.พรีคาสท์ใหม่หนุนยอดส่งมอบแนวราบ ล่าสุด บริษัทได้อนุมัติแผนขยายโรงงานพรีคาสท์ (Precast) แห่งใหม่ อีก 2 แห่ง  นอกเหนือจากการวางรูปแบบการพัฒนาโครงการมาเป็นแนวราบ  ประกอบด้วย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4207</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่ดิน Update! ล่าสุด  ต้องการซื้อที่ดิน 12/6/2554 17.59น.</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4196</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4196#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jun 2011 17:03:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LittleFiine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ต้องการซื้อที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน Update! ล่าสุด ต้องการซื้อที่ดิน 12/6/2554 17.59น.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4196</guid>
		<description><![CDATA[ที่ดิน Update! ล่าสุด ต้องการซื้อที่ดิน 30/6/2554 00.02น. New! ต้องการซื้อที่ดิน ต่ำกว่าราคาประเมิน (ประเมินจากกรมที่ดิน) จำนวนหลายแปลง ทั่้วประเทศไทย New! ต้องการซื้อที่ดิน บางนา กม. 14+- (ใกล้ทางเข้าสนามบิน สุวรรณภูมิ) เนื้อที่ไม่เกิน   6 ไร่ สร้างคอนโด New! ต้องการซื้อที่ดิน เนื้อที่ 500 ถึง 1000 ไร่ พื้นที่สีม่วง แปดริ้ว ฉะเชิงเทรา หรือ จ.ระยอง      สร้างนิคมอุตสาหกรรม New! ต้องการซื้อที่ดินซอยทองหล่อ ไม่เกินซ. 15 ทำคอนโด 5 ไร่ New! ย่านธุรกิจ เช่น สุขุมวิท สาทร สีลม รัชดาภิเษก ติดถนน หรือต้นๆ ซอย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4196</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รับสร้างบ้านหวั่นนโยบายหาเสียงขึ้นค่าแรง ทำราคาบ้านพุ่ง 12%</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4182</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4182#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 11:23:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[รับสร้างบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[รับเหมา]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[หาเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4182</guid>
		<description><![CDATA[แนวโน้มต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากทั้งวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน และค่าแรงงาน เป็นปัจจัยที่ยากจะเลี่ยงได้สำหรับวงการรับสร้างบ้าน การปรับตัวในทุกรูปแบบเท่านั้น จึงจะเป็นทางออกที่ดี เป็นผลให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ต้องลุกขึ้นจัดสัมมนา ภายใต้หัวข้อ Decoding Cost : ถอดรหัสสกัดต้นทุนแพง เพื่อหาแนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพุ่งดังกล่าว นริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กล่าวในฐานะประธานเปิดงานดังกล่าวว่า แนวโน้มนับจากนี้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยในประเทศ และต่างประเทศ โดยในภาคธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเตรียมรับมือกับราคาวัสดุก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้นอีก จากนโยบายสร้างเมกกะโปรเจคของรัฐบาลชุดใหม่ “จะเห็นได้ว่านโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ ล้วนมุ่งเป้าไปยังการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในลักษณะโครงการเมกกะโปรเจค ซึ่งไม่ว่าพรรคการเมืองใหม่เข้ามาก็จะต้องผลักดันให้โครงการเหล่านี้เกิดขึ้น” สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น ต้องการใช้แรงงานที่มากขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้างต่างๆ และค่าแรงงานจะขยับสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด ซึ่งผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรหาแนวทางในการควบคุมต้นทุนก่อสร้าง โดยสมาคมฯ ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดูแลสมาชิก เช่น การรวมตัวสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง การล็อคราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าให้กับทั้งสมาชิก การใช้พื้นที่เก็บวัสดุก่อสร้างร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนต่างๆ นอกจากนี้ ยังต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องแรงงานขาดแคลนอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยสมาคมฯ ควรเร่งหาแนวทางผลิตแรงงานฝีมือใหม่ๆ เข้าสู่ระบบ ซึ่งอาจจะคล้ายกับวิธีการของตลาดทุน ที่มีวิทยาลัยตลาดทุน เป็นต้น และจังหวะนี้ ต้องระมัดระวังเรื่องการรับงาน ไม่ควรรับงานเกินตัว เพราะอาจมีความเสี่ยงจากปัจจัยทั้งเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงาน ฟันธงราคาน้ำมันอีก 2 ปีทะลุ150เหรียญ ด้านมนูญ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4182</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แต่ง &#8220;ห้องครัว&#8221; ตามหลัก ฮวงจุ้ย</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4178</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4178#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 10:59:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[หลักฮวงจุ้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ครัว]]></category>
		<category><![CDATA[จัดห้องครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องครัว]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮวงจุ้ย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4178</guid>
		<description><![CDATA[หากเอ่ยถึง &#8220;ห้องครัว&#8221; ทุกคนคงจะนึงถึง &#8220;การกิน&#8221; เป็นอันดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเลยทีเดียว ดังนั้นห้องครัวจึงโยงใยไปถึงสุขภาพของผู้บริโภคด้วย ตลอดจนหากถือตามลักฮวงจุ้ยด้วยก็จะนำมาซึ่งทรัพย์สินเงินทองมากมาย การจัดแต่งห้องครัวในบ้านของแต่ละบ้านก็จะแตกต่างกันไปตามฐานะ สภาพความเป็นอยู่ ใครมีฐานะร่ำรวยก็จะมีห้องครัวที่กว้างขวางใหญ่โต ส่วนใครที่หาเช้ากินค่ำ ห้องครัวก็อาจจะเป็นแค่ส่วนประกอบของบ้านเท่านั้นเองไม่ว่าจะเป็นห้องครัวแบบไหน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความสะอาดเป็นอันดับแรก เพราะห้องครัวเป็นห้องที่ใช้ประกอบอาหารให้สมาชิกในบ้านรับประทานกัน หากปล่อยให้ห้องครัวสกปรก ก็จะกลายเป็นพาหนะนำเชื้อของ หนู แมลงสาบ แมลงวัน ฯลฯ การผสมผสานกันระหว่างศาสตร์และศิลป์ของห้องครัว จะบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าของบ้าน แต่ถ้าจะให้กล่าวถึงห้องครัวที่สะอาดถูกหลักอนามัยจริงๆ ตามหลักฮวงจุ้ยซึ่งจะมีหลักในการตกแต่งที่น่าสนใจดังนี้ 1.ตำแหน่งของห้องครัวนั้นไม่ควรจะตรงกับประตู้เข้าบ้านหรือโต๊ะทำงาน เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว อาจจะส่งผลให้คนในบ้านเกิดปัญหาในช่องท้องได้ 2.ถ้าเปิดประตูบ้านมาแล้ว เห็นห้องครัวเด่นกว่าส่วนอื่นของบ้าน แสดงว่าคนในบ้านนั้นให้ความสำคัญกับการบริโภคเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว สำหรับบ้านที่มีประตูทางเข้าตรงกับห้องครัวตามหลักฮวงจุ้ย จะทำให้สมาชิกภายในบ้านเก็บเงินไม่อยู่ เพราะเงินทองที่หามาได้นั้นหมดไปกับการบริโภค 3.หลีกเลี่ยงวางเตาแก๊สและก๊อกน้ำที่เล็งในตำแหน่งเดียวกัน ตามหลักฮวงจุ้ยและเตาหมายถึงธาตุไฟ ก๊อกน้ำหมายถึงธาตุน้ำ การทำให้สองสิ่งนี้มาชนกัน จะทำให้เตาไฟลดพลังลงเมื่อเจอกันน้ำ ทางที่ดีควรตั้งเลี่ยงให้ทำมุมฉาก หรือหันกันไปคนละทิศเลยยิ่งดี 4.ตำแหน่งของเตาในครัว ควรหันไปทางทิศตะวันออกและทิศใต้ ตามหลักฮวงจุ้ยถือเป็นการผสมผสานกันให้สมดุลในทิศที่สถิตทั้ง 5 ธาตุ ทิศใต้ หมายถึง ธาตุไฟ ส่วนทิศตะวันออก หมายถึง ธาตุไม้ การวางเตาไว้ทั้งสองทิศนี้ จึงเกี่ยวพันกับธาตุไฟ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4178</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขุมวิทยังครองตำแหน่งทำเลเช่ายอดนิยมต่างชาติ</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4175</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4175#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 10:54:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเล]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเลเช่า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พักอาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[พระรามสาม]]></category>
		<category><![CDATA[ริมแม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมวิท]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4175</guid>
		<description><![CDATA[ผลการสำรวจจากโจนส์ แลง ลาซาลล์  พบว่า ทำเลที่พักอาศัยให้เช่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและพำนักในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นย่านสุขุมวิท ส่วนทำเลที่ได้รับความนิยมรองลงมา ได้แก่ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (ซีบีดี) ย่านติดเขตซีบีดีตอนใต้ และริมน้ำพระรามสาม ทำเลย่านสุขุมวิทในการสำรวจ  ครอบคลุมพื้นที่จากถนนสุขุมวิทซอย 1 ถึงซอย 63 ซึ่งพบว่า เป็นทำเลที่พักอาศัยให้เช่าที่ชาวต่างชาตินิยมมากที่สุด ทั้งนี้ ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่าน สุขุมวิทเป็นย่านที่พักอาศัยของชาวต่างชาติแหล่งใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เป็นทำเลที่มีที่พักอาศัยให้เช่าที่หลากหลายทั้งในแง่ของคุณภาพและค่าเช่า นอกจากนี้ การมีรถไฟฟ้าบีทีเอสให้บริการบนถนนเส้นนี้ นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สุขุมวิทเป็นทำเลที่พักอาศัยให้เช่าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมทอปเอ็นด์ (เกรดเอระดับหรู) เฉพาะที่สร้างเสร็จแล้วในย่านสุขุมวิทรวมมากกว่า 3,200 ยูนิต ยูนิตที่ปล่อยเช่ามีค่าเช่าอยู่ระหว่าง 2 หมื่น-2.5 หมื่นบาทต่อเดือนสำหรับห้องชุดสตูดิโอ  ไปจนถึง 1.5 แสนบาท2 แสนบาทต่อเดือนสำหรับห้องชุดขนาด 4 ห้องนอน ย่านที่พักอาศัยให้เช่าที่ได้รับความนิยมสูงจากชาวต่างชาติ รองจากสุขุมวิท คือ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ หรือ ซีบีดี (Central Business District) ซึ่งประกอบด้วยบริเวณที่อยู่ภายในวงรอบของถนนพระรามที่หนึ่ง ถนนเพลินจิต ถนนวิทยุ ถนนสาทร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4175</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชี้2ทางเลือกตึกศาลฎีกา&#8217;แก้แบบ-ปรับปรุง&#8217;</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4172</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4172#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 10:43:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตึก]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับปรุง]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลฎีกา]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[แก้แบบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4172</guid>
		<description><![CDATA[เปิดแผนพัฒนาอาคารศาลฎีกาใหม่บนที่ดินเดิม 2 แนวทาง หลังถูกนักอนุรักษ์คัดค้าน  เผยแนวทางแรก เปลี่ยนจากทุบทั้งหมด-สร้างใหม่ เป็นแก้ไขแบบก่อสร้างอาคารให้เตี้ยลงกว่าพระบรมมหาราชวัง และแนวทางที่สองปรับปรุงอาคารหลังเก่าใช้ต่อเนื่อง แหล่งข่าวจากกรมศิลปากร เปิดเผยว่า  จากการเรียกร้องให้ ศาลฎีกายกเลิกการรื้ออาคารหลังเก่าบริเวณถนนราชดำเนิน ท้องสนามหลวง ที่มีอายุกว่า 70ปี เพื่ออนุรักษ์และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน  และหากมีการเข้าพื้นที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขอาคารเมื่อใด ทางกรมจะแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดำเนินคดีทันที และล่าสุด ทราบว่า ศาลฎีกา จะมี 2 ทางเลือกในการพัฒนาอาคารศาลฎีกาอย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางแรก ให้มีการปรับแก้ไขแบบก่อสร้างอาคารเดิม จากอาคารสูง 5 ชั้นทรงไทยร่วมสมัยมียอดจั่วแหลมจนสูงกว่า พระบรมมหาราชวังและวัดวาอารามสำคัญๆบริเวณนั้น ก็ได้ปรับแก้ให้มีจำนวนชั้นที่ต่ำลง และยอดแหลมลดลง  เพื่อไม่ให้เกิดการบดบังทัศนียภาพ และเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชนทั่วไป รวมถึงกรมศิลปากร ตลอดจนนักอนุรักษ์ สำหรับแนวทางเลือกที่สอง ศาลมีแนวคิดว่าจะไม่ก่อสร้างใหม่ โดยคงอาคารหลังเก่าไว้ แต่จะเน้นการปรับปรุงซ่อมแซมให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงและมีสภาพที่ใหม่ขึ้น โดยจะใช้วิธีรื้ออาคารหลังเล็กบริเวณด้านหลังอาคารใหญ่ที่เป็นตัวศาลออกและก่อสร้างอาคารด้านหลังใหม่เพิ่มเติมและทำทางเดินเชื่อมต่ออาคารศาลใหญ่บริเวณด้านหน้า ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ทั้งนี้กรมยังไม่ทราบทั้งสองแนวทางว่า ศาลจะพิจารณาเลือกแบบใด และมองว่า หากเลือกแบบแรก โดยการแก้ไขแบบและปรับอาคารให้มีขนาดเล็กและเตี้ยลง จากแบบเดิมก็จะเข้าวังวนเดิมคือ รื้อทิ้งอาคารที่กรมกำหนดให้เป็นโบราณสถานและมีความผิดต่อการถูกดำเนินคดี และเกิดการต่อต้าน ส่วนแนวทางที่สอง กรณีปรับปรุง อาคารเดิมและคงอาคารส่วนใหญ่ที่สำคัญไว้ มองว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4172</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทางหลวงเล็งของบปี55หมื่นล.</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4169</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4169#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 10:37:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ทางหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมณฑล]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างถนน]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานข้ามแยก]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานลอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4169</guid>
		<description><![CDATA[กรมทางหลวงเตรียมของบปี 55 กว่า 1.1 หมื่นล้านบาทสร้างถนน-สะพานลอย-สะพานข้ามแยกนับ 10 โครงการเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลและเมืองหลักรวมระยะทาง 60 กิโลเมตร กว่า 7 พันล้านบาท และโครงการทางหลวงเพื่อการขนส่งแบบต่อเนื่อง 7 โครงการระยะทาง 144  กิโลเมตรงบ 4.4 พันล้านบาท เป็นงบผูกพัน 3 ปี(55-57) แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่าในปลายปี 2554 นี้ได้เตรียมเสนอของบประมาณปี 2555 สำหรับโครงการ ถนน-สะพานและสะพานข้ามแยกเพื่อแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.)-ปริมณฑลและเมืองหลักจำนวน 10 โครงการรวม 7,030 ล้านบาท และโครงการพัฒนาทางหลวงสนับสนุนการขนส่งแบบต่อเนื่อง จำนวน 7 โครงการ  4,400 ล้านบาท รวม 17 โครงการงบประมาณ 11,430 ล้านบาท &#8220;จัดเป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2555-2557 มีทั้งการก่อสร้างถนนทางหลวง สะพานข้ามแยก สะพานข้ามแม่น้ำสายสำคัญ ๆ และข้ามทางแยกต่างระดับ ระยะทางรวมประมาณ 60 กิโลเมตรเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาจราจรพื้นที่กทม.-ปริมณฑลและเมืองหลัก ครอบคลุมจังหวัดสมุทรปราการ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4169</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชี้ราคาประเมินที่ดินใหม่ ต่ำกว่าตลาด20%</title>
		<link>http://www.littlefiine.com/?p=4165</link>
		<comments>http://www.littlefiine.com/?p=4165#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 10:31:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ideaSelF</dc:creator>
				<category><![CDATA[Real Estate Info]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว/บทความอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาประเมินที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.littlefiine.com/?p=4165</guid>
		<description><![CDATA[กรมธนารักษ์ รับราคาประเมินใหม่ 2555-2558 ยังห่างราคาตลาดแม้ปรับเพิ่มเฉลี่ย 15-20% จากฉบับเก่า  เพลินจิตราคาตลาดสูงสุด 1.2 -1.5 ล้านบาทต่อตารางวา ส่วนประเมินแค่ 7แสนบาทต่อตารางวา ยันใช้เป็นเกณฑ์โอนบ้าน-ที่ดินเกรงชาวบ้านเดือดร้อน แหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ปี 2555-2558 ที่จะเริ่มประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป   การประเมินราคาที่ดินของกรม  จะพิจารณาจากความเคลื่อนไหวของการเข้ามาพัฒนาพื้นที่ การซื้อ-ขายทั้งที่ดินและพื้นที่อาคารต่อเนื่อง  การเปลี่ยนแปลงสาธารณูปโภค-บริการสาธารณะของภาครัฐอย่างรถไฟฟ้า ถนนต่างๆ ซึ่งจะพิจารณาปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่จะไม่สูงเท่ากับราคาตลาด เช่น เพลินจิต ราคาประเมินเฉลี่ย 700,000 บาทต่อตารางวา แต่ยืนยันว่าไม่มีแปลงไหนราคาแตะถึงตารางวาละ1,000,000 บาท ในทางกลับกัน ราคาซื้อ-ขายตลาด สูงสุด อยู่ที่ 1,500,000 บาทต่อตารางวา ที่ภาคเอกชนซื้อไป เขาจะบวกค่าดำเนินการ สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก ความคุ้มค่าต่อการลงทุนเข้าไป ที่สำคัญเป็นราคาที่ตกลงซื้อขายตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย   แต่ราคาประเมินจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงสภาพแวดล้อมโดยไม่มีการบวกสิ่งอื่นๆเข้าไป  เพราะราคาประเมินเป็นเพียงค่ากลางให้รัฐเรียกเก็บค่าธรรมเนียมภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านเท่านั้นหากนำราคาตลาดมาใช้คำนวณผลกระทบจะตกอยู่ที่ประชาชนขณะเดียวกันมาตรฐานราคาก็จะไม่มีเพราะราคาตลาด 2แปลงติดกันราคายังบอกขายไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ย ราคาซื้อขายตลาดห่างจากราคาประเมินประมาณ 20% [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.littlefiine.com/?feed=rss2&#038;p=4165</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

